Archive for the ‘วิทยาศาสตร์น่ารู้’ Category

ไอเดียประหยัดไฟฟ้า แสงสว่างจากขวดน้ำดื่ม!?

ชาวชุมชนแออัดในฟิลิปปินส์นับล้านคนที่ไม่มีแสงสว่างจากไฟฟ้าใช้ อย่างเพียงพอ เริ่มมีความหวัง หลังหนุ่มหัวใสใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเผยแพร่ไอเดีย “แสงสว่างจากขวดน้ำดื่ม”

ไอเดียของ นาย อิลลัก ดิอาซ ชาวฟิลิปปินส์ ที่สอนชาวบ้านใช้ขวดพลาสติกใสบรรจุน้ำดื่ม ดัดแปลงเป็นแหล่งกำเนิดแสงสว่างในบ้านเรือน ได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติ ซึ่งเชิญเขาไปเป็นวิทยากรรับเชิญ อธิบายถึงแสงสว่างจากธรรมชาตินี้ให้กับบรรดาผู้นำประเทศต่างๆ ในการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศโลก ที่ประเทศแอฟริกาใต้ด้วย

เทคนิคที่ ดิอาซ สอนชาวบ้านคือ การนำขวดพลาสติกใส มาเติมน้ำกลั่นลงไปให้เต็ม และอาจจะเติมสารฟอกขาวลงไปเล็กน้อยเพื่อป้องกันแบคทีเรียที่จะเติบโตในขวด แล้วนำไปติดตั้งไว้บนหลังคาที่เจาะช่องว่างไว้ เท่านี้แสงสว่างที่เกิดจากการหักเหของแสงอาทิตย์ก็จะทำให้บ้านเรือนในสลัม ของกรุงมะนิลา ที่เคยมืดมิดจากความแออัดของชุมชนในตอนกลางวัน กลับมีแสงสว่างเพียงพอต่อการทำกิจกรรมต่างๆได้ภายในบ้าน โดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้าเลย

 

แสงสว่างที่ได้จากขวดน้ำนี้สว่างเท่ากับ หลอดไฟฟ้า 55 วัตต์ และแต่ละขวดก็มีอายุการใช้งานที่ยาวนานสูงสุดถึง 5 ปี ทำให้ผู้ที่ทดลองใช้สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าลงไปได้มาก

นาย ดิอาซ ได้ก่อตั้งมูลนิธิที่ชื่อว่า MyShelter Foundation ขึ้น โดยได้ตระเวนออกไปติดตั้งแสงสว่างจากขวดน้ำดื่มนี้ให้ในชุมชนแออัดต่างๆ เริ่มต้นที่กรุงมะนิลา ไปแล้วกว่า 15,000 ขวด และการที่กระแสตอบรับดีทำให้เชื่อว่าในช่วงเทศกาลสำคัญทางศาสนาปลายปีนี้น่า จะมีอาสาสมัครจำนวนมากมาช่วยประดิษฐ์ และติดตั้ง คาดว่าจะทำเพิ่มได้ไม่น้อยกว่า 10,000 ขวด ขณะเดียวกันก็มีโครงการที่จะไปติดตั้งให้กับชุมชนแออัดในเมืองเซบู เมืองใหญ่ลำดับ 2 ของประเทศ อีกราว 100,000 ขวด โดยจะเริ่มในเดือนธันวาคมนี้ด้วยและเป้าหมายสูงสุดของมูลนิธิคือช่วยเหลือ ผู้คนให้ได้มากถึง 1 ล้านคนภายใน 1 ปี

นาย ดิอาซ ระบุว่า ไอเดีย “แสงสว่างจากขวดน้ำดื่ม”กำลังแพร่หลายอย่างมากในโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยเฉพาะในยูทูบ และเฟซบุ๊ก

ไอเดีย “แสงสว่างจากขวดน้ำดื่ม” ได้รับการยกย่องว่าเป็นแนวทางประหยัดทรัพยากรพลังงานในชีวิตประจำวัน ที่เข้าถึงผู้คนที่ยากจนได้มากกว่า แนวคิดของ นาย อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เคยเสนอไว้ในภาพยนตร์สารคดีเรื่อง An Inconvenient Truth ที่เสนอให้มีการใช้แผงโซลาเซลล์ รวมไปถึงกังหันผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมให้มากขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงประเทศที่ยากจนอย่างฟิลิปปินส์ และอีกหลายประเทศทั่วโลก ไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่แพงขนาดนั้นได้

Source : AFP Relaxnews

Print Friendly

ทาแท้งก์น้ำสีดำทางทิศใต้ อาจได้น้ำอุ่นอาบยามหน้าหนาว

นั่นก็เพราะว่า หน้าหนาวจะมาเยือนเมื่อดวงอาทิตย์ค่อนไปทางทิศใต้นั่นเอง

ปกติดวงอาทิตย์จะสามารถค่อนไปทางเหนือและใต้ได้ นั่นก็เพราะว่าแกนหมุนของโลกนี้เอียง และเมื่อโคจรรอบดวงอาทิตย์ไปด้วยแล้ว

จึงเกิดภาพการเคลื่อนที่แปลกๆของดวงอาทิตย์ขึ้น จากภาพจะเห็นว่าดวงอาทิตย์จะค่อนไปทางใต้มากที่สุดในวันที่ 22 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งตามทฤษฏีต้องเป็นวันที่หนาวที่สุดด้วย ใครที่เคยได้ยินคำว่า “ตะวันอ้อมข้าว” ก็วันนี้นั่นเอง

ทำไมดวงอาทิตย์ค่อยไปทางทิศใต้แล้ว เกิดฤดูหนาวขึ้น?
1. แสงแดดดวงอาทิตย์แม้ยามเที่ยงวัน ก็ส่องพื้นดินแบบเฉียงๆ ความร้อนจึงไม่สูงเท่าการส่องแบบตั้งฉาก
2. เนื่องจากพื้นที่ๆดวงอาทิตย์ตั้งฉากลงไปอยู่ใต้เส้นศูนย์สูตร ความหนาวเย็นจากจีนหรือที่สูงกว่านั้น จึงแผ่ลงมาปกคลุมแทน
3. กลางคืนจะยาวกว่ากลางวัน ทำให้เวลาสัมผัสความร้อนจากดวงอาทิตย์ในหนึ่งวันน้อยลงไป เพราะการค่อนลงไปทางทิศใต้ของดวงอาทิตย์ ทำให้พื้นที่ส่องซีกโลกเหนือน้อยลง แคบลง ประเทศเหนือเส้นศูนย์สูตรจึงได้พบกับกลางวันน้อยลง ที่ๆอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือเข้าไปอีก ก็จะยิ่งพบกับกลางวันที่น้อยลงมากขึ้นไปอีก ซะจนไม่มีกลางวันเลย เช่น ฟินแลนด์ ดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืน เมื่อเข้ายามนั้น แม้แต่พระอาทิตย์เที่ยงวันก็จะไม่ได้เห็น

ประเทศใดคาบเส้นศูนย์สูตรพอดี ที่นั่นกลางวันจะยาวเท่ากลางคืนเสมอไม่ว่าเมื่อไร

การทาสีดำ ซึ่งเป็นสีดูดความร้อน ที่แท้งก์น้ำด้านทิศใต้ เป็นด้านที่ได้พบกับดวงอาทิตย์หน้าหนาวส่องมา น้ำในแท้งก์ก็จะอุ่นขึ้น ส่วนในฤดูอื่นแสงอาทิตย์จะไม่ส่องแท้งด้านทิศใต้อย่างงี้ แต่อาจมีโดนอยู่บ้างแต่ไม่มาก เพราะยังไงการอาบน้ำอุ่นก็ดีต่อสุขภาพผิวในทุกฤดู

Print Friendly

โรคเริม มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Herpes Simplex เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส มีอยู่ 2 ประเภท ประเภทแรกทำให้เกิดแผลบริเวณริมฝีปากทั้งบนและล่างหรือมุมปาก ส่วนประเภทที่สอง มักจะพบบริเวณอวัยวะเพศ โดยในที่นี่ เราจะแนะนำให้รู้จักกับโรคเริมชนิดที่ขึ้นอยู่บนริมฝีปาก

โรคเริมที่เกิดบริเวณริมฝีปาก เกิดจากเชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus Type I : HSV-I โดยเชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายประมาณ 6-8 วัน ทำให้ผิวบริเวณนั้นเกิดตุ่มน้ำพองใสเป็นกลุ่ม ๆ กลุ่มละ 2-10 เม็ด ผู้ป่วยจะมีอาการคันหรือเจ็บยิบ ๆ หรือแสบร้อนรอบ ๆ ตุ่มใส โดยตุ่มเหล่านี้จะรวมตัวกันอยู่บนริมฝีปากประมาณ 1-2 วัน แต่บางรายอาจมีอาการนานถึง 1 สัปดาห์ ซึ่งต่อมาจะแตกออกเป็นแผลตื้น ๆ หลายแผลติดกัน ตกสะเก็ด และหายไปในที่สุด แต่ไม่ก่อให้เกิดแผลเป็น โดยโรคนี้เป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่ง ทางการสัมผัสโดยตรง เช่น ใช้แก้วน้ำร่วมกัน หรือ การจูบ รวมทั้งการสัมผัสสิ่งของของผู้ที่มีเชื้อด้วย ซึ่งมักพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ เชื้อไวรัสเริมไม่สามารถกำจัดได้อย่างเด็ดขาด แต่เชื้อจะมีระยะพักตัว โดยเชื้อไวรัสนี้จะเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในปมประสาท และอาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีกเสมอ ในตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นหรือใกล้เคียง

ส่วนสาเหตุการเป็นโรคเริมนั้นอาจเกิดมาจากการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด วิตกกังวลจากการเรียนหรือการทำงาน หรือในช่วงที่สุขภาพร่างกายอ่อนแอ ภูมิต้านทานลดลง ไม่ค่อยสบาย ในรายของหญิงสาวอาจเกิดช่วงระหว่างมีประจำเดือน เพราะเป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันต่ำ โดยวิธีรักษา มีทั้งยากินและยาทา ยารับประทานมีให้เลือก 3 ตัว คือ Acyclovir, Valacyclovir, Famciclovir ซึ่งทั้ง 3 ตัวนี้ไม่ได้ทำให้อาการของโรคหายขาด ใช้เพียงแค่ลดความรุนแรง ลดความถี่และลดระยะเวลาที่เป็นเท่านั้น สำหรับยาทา ช่วยลดอาการปวด ทำให้ผื่นแห้งเร็ว ยาที่นิยมใช้คือ Acyclovir แต่ทางที่ดีควรจะพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดโรคนี้ขึ้นดีกว่า.

Print Friendly

flower.gif

ส่วนประกอบของดอกไม้

1. กลีบเลี้ยง ( Sepal ) เป็นกลีบเล็ก ๆ สีเขียว อยู่ล่างสุดของดอก ในระยะที่ดอก เริ่มผลิดอกออกมาใหม่ ๆ เราจะเห็นดอกตูมสีเขียวขยายโตขึ้น สีเขียวที่หุ้มดอกจะแยกออกมารองรับกลีบดอก กลีบสีเขียวนั้นคือกลีบเลี้ยงนั่นเอง กลีบเลี้ยงจะทําหน้าที่ห่อหุ้มดอกตูมและป้องกันอันตรายให้้กลีบดอกในขณะที่ยังอ่อนอยู่

2. กลีบดอก ( Petal ) เป็นส่วนที่อยู่เหนือขึ้นมาจากกลีบเลี้ยง กลีบดอกส่วนใหญ่ จะมีสีสวยสะุุุดุุดตาหลายชนิดมีกลิ่นหอม ความสวยงามของดอกจะขึ้นอยู่กับสี ลักษณะ และจํานวนของกลีบดอกเป็นสําคัญ กลีบดอกเป็นส่วนประกอบของ ดอกที่บอบชํ้าง่ายและร่วงโรยเร็วกว่าส่วนประกอบอื่นๆ

3. เกสรตัวตัวผู้ ( Stamen ) มีลักษณะทั้วไปเป็นคล้ายหลอดอันเล็กๆ มักมีสีขาว ปลายหลอดจะมีอับใส่ละอองเรณูรูปร่างค่อนข้างกลมเกสรตัวผู้จะอยู่ถัดจากกลีบดอกเข้ามาข้างในดอก ก้านของเกสรตัวผู้อาจจะติดกับกลีบดอก หรือแยกออกมาต่างหากก็ได้ แล้วแต่ชนิดของพืช ดอกไ้ม้ดอกหนึ่ง ๆ อาจมีเกสรตัวผ ู้ตั้งแต่หนึ่งอันไปจนถึงหลาย ๆ อัน

4. เกสรตัวเมีย ( Pistil ) เป็นส่วนที่อยู่ตรงกลางของดอก อาจจะมีอันเดียวหรือหลายอันก็ได้ เกสรตัวเมียโดยทั่วไปจะประกอบด้วยรังไข่ที่อยู่ล่างสุด บริเวณฐานรองดอก ภายในรังไข่จะบรรจุไข่อ่อนเล็กๆ ไว้ เหนือรังไข่จะเป็นท่อยาวขึ้นมา เรียกว่า ก้านชูเกสร ในท่อของก้านชูเกสรจะมีน้ำีเหนียว ๆ อยู่ เพื่อนำสเปิิร์มของเกสรตัวผู้ลงมาผสมกับไข่ในรังไข่ของเกสรตัวเมีย และบนสุดเป็นยอดเกสรตัวเมีย ซึ่งมีนํ้า เหนียวๆ อยู่เช่นกัน นํ้าเหนียวๆ นี้จะช่วยยึดเกาะเกสรตัวผู้ให้เข้ามาผสมกับเกสร ตัวเมียได้ดีขึ้น

Print Friendly