Archive for August, 2011

วิหารหนู ประเทศอินเดีย

วิหารหนู ประเทศอินเดีย ( Temple of Rats)

Karni mata Temple วิหารคาร์นีมาทา คือ วิหารที่สร้างเพื่ออุทิศ ให้แด่หนูที่มีความเชื่อ ว่าเป็นเหล่าลูกหลานของเทพธิดา Karni mata ที่เป็นร่างอวตารของเทพธิดา Darga (เทพธิดาแห่งพลัง และชัยชนะ) ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาฮินดู ที่ผู้ศรัธาจะนำนม อาหารดีๆ มามอบให้แด่หนูเหล่านี้ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ หลายคนไม่กล้าเข้าสู่วิหารนี้ เพราะกลัวหนู

ข้อมูลเฉพาะ วิหารหนู


  • สถานที่ตั้ง อยู่ทางตอนใต้ของเมือง Bikaner ประมาณ 30 กิโลเมตร
  • สร้างในช่วง ศตวรรษที่ 15
  • สร้างเพื่ออุทิศให้แด่ เทพธิดา Karni mata และเหล่าลูกหลานของเธอ
  • ภายในวิหารมีหนูประมาณ 20,000 ตัว

ตำนานวิหารหนู


  • ในช่วงศตวรรษที่ 14 Karni mata หญิงผู้อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือคนยากไร้ คนยากจน และเป็นที่เคารพรักของชาวบ้าน
  • และเมื่อบุตรชายของเธอเกิดเสียชีวิตลง
  • เธอได้ร้องขอ วิงวอนต่อเทพพระเจ้าแห่งความตายนามว่า Yama แต่เธอได้รับการปฏิเสธต่อคำของที่จะคืนชีพให้แก่บุตรชายของเธอ
  • แต่เทพแห่งความตายได้ผ่อนปรนให้ ให้ว่าเหล่าลูกหลาน ของเธอเมื่อเสียชีวิตลง สามารถกับมาเกิดเป็นหนูได้
  • จากความเชื่อเหล่านี้จึงทำให้มีคนสร้างวิหาร แห่งนี้ให้อุทิศให้แด่หนู ที่เชื่อว่าเป็นลูหลานของ Karni mata wowboom

วิหารหนู ประเทศอินเดีย ( Temple of Rats)


วิหารหนู
ดูก็จะรู้ว่ามีคนศรัธามากมายขนาดไหนที่มาศักการะวิหารหนูแห่งนี้ จากคนที่เข้าแถว และสังเกตุที่ด้านบนของลานจะมีการขึงตาข่าย เพื่อป้องกันนก เข้ามาทำร้ายหนูเหล่านี้
วิหารที่มีแต่หนู กว่า สองหมื่นตัว
ภายในวิหารสร้างจากหินอ่อน อย่างวิจิตรสวยงาม แต่มีแต่หนูทุกหนทุกแห่ง

วิหารประหลาด ใน อินเดีย
เหล่าผู้ศรัธาจะน้ำนม มามอบให้เหล่าหนูกิน

วิหารแปลก ใน อินเดีย
หนู หนู หนู หนู หนูที่ไหนก็มีแต่หนู

วิหารที่อุทิศ ให้แก่ หนู
หนู หนู หนู หนู หนูที่ไหนก็มีแต่หนู มีแต่หนู

Oh! จักรวาลนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาล มีอะไรแปลกมาให้เราดูมิได้ขาด วันนี้ก็มีภาพพระจันทร์ รูปก้น มาให้ฉงนกัน

ไขความจริงของพระจันทร์ รูปก้น


  • แทบไม่น่าเชื่อว่าจะมี ดวงดาวรูปก้นเช่นนี้ และที่สำคัญมันอยู่ใกล้ กับ โลกของเราจนเหลือเชื่อ เนื่องจากพระจันทร์ประหลาดนี้เป็น ดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์(Suturn) ของระบบสุริยะจักรวาลของเรานี้เอง
  • ภาพนี้ถูกถ่ายได้จากยานอวกาศ Cassini ของ นาซ่า เมื่อวันที่ 27 กรกฏาคม 2010
  • โดยแท้จริงภาพที่เกิดขึ้นนี้ เป็นภาพลวงตาที่เกิดขึ้น จากดวงจันทร์ 2 ดวง โดยดวงหนึ่งโคจรผ่านมาด้านหน้า ของดวงจันทร์อีกดวงหนึ่ง
  • โดยดวงจันทร์ที่อยู่ด้านหน้าคือดวงจันทร์ไดโอนี ( Dione) ส่วนดวงด้านหลังคือ ดวงจันทร์เรีย(Rhea)
  • ดวงจันทร์เรียมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,530 กิโลเมตร ดวงจันทร์ไดโอนีมีขนาดเล็กกว่า คือ มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,120 กิโลเมตร
  • โดยแท้จริงดวงจันทร์ทั้งสองโคจรห่างกันถึง 5 แสน กิโลเมตร

ในที่สุดมันก็ถือกำเนิดขึ้น

เป็นอีก 1 ในแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่ได้เกิดขึ้นจริง บนโลกเบี้ยวๆใบนี้ เมื่อ นักร้องสาวจากโลกเสมือนจริง ได้กระโดดออกมาโลดแล่น บน โลกแห่งความเป็นจริง บนเวทีคอนเสริ์ตจริงๆ ร้องเต้นกับวงดนตรี Backup จริง ต่อหน้าผู้คนจริงๆ

รายละเอียดเกี่ยวกับ นักร้องไซเบอร์


  • นักร้องสาวน่ารักคนนี้มีชื่อว่า ฮัทสึเนะ มิกุ (Hatsune Miku) ชาวญี่ปุ่นมั้ง
  • โดยชื่อของเธอนั้นเป็นการรวมคำว่า Hatsu (初, first , ครั้งแรก), Ne (音, sound , เสียง), and Miku (未来, future , อนาคต) ทำให้ชื่อของเธอมีความหมายว่า เสียงแรกจากอนาคต”the first sound from the future.”
  • มิกุ มีอายุ 16 ปี สูง 1.57 เมตร หนัก 42 กิโลกรัม นี้คือข้อมูส่วนตัวเพียงเล็กน้อยของเธอที่ได้รับการเปิดเผยจากผู้ผลิต
  • มิกุ เป็นผลงานการสร้างสรรค์จาก Crypton Future Media ที่ในช่วงแรกเป็นเพียงโปรแกรม ไว้สำหรับให้ผู้ใช้แต่งเพลงขึ้นมาแล้วให้ มิกุ ที่เป็นเพียงตัวละครในโปรแกรมร้องในคอมพิวเตอร์ให้เราฟัง เท่านั้นเอง
  • โดยโปรแกรมนั้นทาง Crypton ใช้เสียงจาก นักร้อง นักแสดงที่เป็นมนุษย์จริงๆ ที่ชื่อว่า Saki Fujita มาให้เสียงของ มิกุ ส่วนทำนองใช้จากโปรแกรม Yamaha’a Vocaloid
  • และทาง Crypton ยังได้สร้างความตื่นตะลึง เมื่อได้นำ มิกุ และเหล่าเพื่อนพ้อง ขึ้นเวทีคอนเสริ์ต เต็มรูปแล้ว โดยให้เธอปรากฏตัีวบนเวที ร้องเต้น หน้าวงดนตรีที่แสดงสด ต่อหน้าแฟนนับพันของเธอ ซึ่งถือเป็นนักร้อง ฮอโลแกรม3 มิติ เต็มรูปแบบ คนแรกของโลก
  • ความโด่งดังของเธอทำให้เธอมีเหล่าแฟนคลับ มีหน้า Facebook เป็นของตัวเอง และได้มีการจัดตั้งค่ายเพลงขึ้นมา
  • คอนเสริตครั้งแรกของเธอแสดงเมื่อปี 2009

บรรยากาศในงานคอนเสริ์ตของเธอ กับ แฟนๆนับพัน

ใน Vocaloid ยังมีตัวนักร้อง Digital อีก 3 คน คือ



คากามิเนะ ริน (Kagamine Rin) กับ คากามิเนะ เลน (Kagamine Len)
  • ทั้งสองเป็นพี่น้องฝาแฝดส่วนใครเป็นพี่ เป็นน้องนั้นทางผู้ผลิตไม่ได้ระบุไว้แน่นอน แต่เนื่องจากในช่วงเปิดตัวข่าว ของ ริน นั้นออกมาก่อน และ บนหน้ากล่องโปรแกรม ก็ขึ้นชื่อของ ริน ก่อน เลน ทำให้ ริน ถูกจับเป็น พี่สาว และ เลน ถูกจับเป็นน้องชาย ซะงั้น
  • ทั้งสองมีเสียงอันทรงพลัง จึงเหมาะจะนำไปร้องเพลง Pop rock
  • ทั้งสองมีอายุ 14 ปี โดยรินมีส่วนสูง 152 cm. น้ำหนัก 43 kg. ส่วนเลน มีส่วนสูง 156 cm. น้ำหนัก 47 กิโลกรัม

คนสุดท้ายคือ เมกูริเนะ ลูกะ อายุ 20 ปี เจ้าของส่วนสูง 162 เซ็นติเมตร น้ำหนัก 45 กิโลกรัม Crypton ส่งเข้าประกวด

สุนัขพันธุ์ทิเบตัน มาสทิสส์ สุนัข ที่ แพงที่สุดในโลก

Tibetan mastiff สุนัขพันธุ์ทิเบตัน มาสทิสส์ ได้ทำลายสถิติ สุนัข ที่ แพงที่สุดในโลก โดยเศรษฐีนี นานว่านาง Wang ได้พาเรตขบวนรถ 30 คันไปรับ เจ้าพันธุ์สุนัขทิเบตัน มาสทิสส์ ที่มีชื่อว่า Yangtze River Number Two อย่างใหญ่โตถึงเมือง Shaanxi เพื่อเป็นการต้อนรับสู่บ้านใหม่

ข้อมูลเฉพาะ หมา แพงที่สุดในโลก


  • เป็นสุนัขสายพันธุ์ ทิเบตัน มาสทิสส์ ( Tibetan mastiff )
  • มีชื่อว่า Yangtze River Number Two
  • อายุ 18 เดือน
  • ความสูงจากพื้นถึงไหล่ 80 เซ็นติเมตร
  • เจ้าของ นาง Wang
  • ราคาซื้อ 4 ล้านหยวน ( 20 ล้านบาท )

ข้อมูลเกี่ยวกับ สุนัขสายพันธุ์ Tibetan mastiff


  • มันเป็นสุนัขสายพันธุ์โบราณ
  • ถิ่นที่อยู่ บริเวณเอซียกลาง และอินเดีย
  • มีชื่อเรียกในภาษาท้องถิ่นว่า Do-khyi ซึ่งแปลว่า สุนัขที่ต้องถูกผูกไว้ (tied dog) เนื่องจากอุปนิสัยที่หวงถิ่นฐาน และดุร้าย จึงต้องผูกไว้เพื่อความปลอดภัยของบุคคลภายนอก
  • ขนาดและน้ำหนักใหญ่ที่สุดที่เคยมีบันทึกไว้ สูงกว่า 80 เซ็นติเมตร หนักกว่า 110 กิโลกรัม
  • ขนาดความสูงตัวมาตรฐาน 61 – 72 เซ็นติเมตร
  • น้ำหนักตัวมาตรฐาน 45 – 72 กิโลกรัม
  • มีลักษณะขนสองชั้น และยาว เพื่อป้องกันความหนาวเย็น
  • มาร์โคโปโล( Marco Polo ) เคยบันทึกการพบเห็นสุนัขพันธุ์นี้ไว้ว่า ” พวกมันสูงเท่าลา และมีเสียงดังดุจสิงโต “
  • พวกมันเป็น 1 ในสายพันธุ์สุนัข ที่ หายากที่สุดในโลก สายพันธุ์หนึ่ง คาดการว่ามีสายพันธุ์แท้หลงเหลืออยู่เพียง ประมาณ 100 ตัวเท่านั้น
  • พวกมันเป็น 1 ในสายพันธุ์สุนัข ที่ ดุร้ายที่สุดในโลก สายพันธุ์หนึ่ง โดยชาวธิเบต กล่าวว่าพวกมัน ดุร้าย กล้าหาญ และแข็งแกร่งจนสามารถต่อสู้กับหมี หรือ เสือ ที่บุกเขามากินฝูงสัตว์ที่มันดูแลได้ทีเดียว
  • พวกมันเป็น 1 ในสายพันธุ์สุนัข ที่ ตัวใหญ่ที่ในโลก สายพันธุ์หนึ่ง ด้วยส่วนสูงมากสุดกว่า 80 เซ็นติเมตร หนักกว่า 110 กิโลกรัม
  • ด้วยทั้งหลายทั้งมวลนี้ทำให้ สุนัขสายพันธุ์ทิเบตัน มาสทิสส์ เป็น สุนัข ที่ แพงที่สุดในโลก ไปในโดยปริยาย
สุนัขพันธุ์ทิเบตัน มาสทิสส์ สุนัข ที่ แพงที่สุดในโลก
พวกมันดุ พวกมันตัวใหญ่
สุนัข ที่ ใหญ่ที่สุดในโลก
คงไม่มีใครสงสัย ในความดุร้ายของพวกมัน

สไปเดอร์แมน ตัวจริงอยู่ที่ อินเดีย

สไปเดอร์แมน ตัวจริงอยู่ที่ อินเดีย

Spiderman สไปเดอร์แมน ที่จะกล่าวถึงนี้ไม่ใช่ที่มาจากการ์ตูนของ Marvel หรือ จากภาพยนต์ Hollywood แต่คือชายชาวอินเดียที่ชื่อว่า Jyothi Rai ที่มีความสามารถปีนป่ายกำแพงได้ดังเป็น สไปเดอร์มแมน

ข้อมูลส่วนตัว นาย Jyothi Rai มนุษย์แมงมุม


  • ชื่อ Jyothi Rai
  • เป็นชาว อินเดีย
  • อายุ 22 ปี
  • อาชีพ ช่างก่อสร้าง
  • สามารถดูการแสดงของเขาได้ที่ Chitradurga Fort ประเทศอินเดีย
  • แม่ของเขากล่าวว่า ” นาย Rai เขาพัฒนาความสามารถของเขาโดยเฝ้าดู พวกลิง ในการปีนป่ายต้นไม้ และการแสดงของเหล่าสทันท์แมนในภาพยนต์ต่าง และเขาหวังว่าจะ เป็นคนที่ปีนป่ายได้เก่งที่สุดในโลก “
  • นาย Jyothi Rai กล่าวว่า ” เขาสามารถปีนป่ายได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ อุปกรณ์ช่วงเหลือใด หรืออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยใดๆทั้งสิ้น และเขาก็ยังไม่เคยประสบณ์อุบัติเหตุแม้แต่ครั้งเดียวมาก่อน โดยเขาฝึกฝนอย่างหนัก และเสริมความยืดหยุ่นด้วยการฝึกโยคะ ( Yoga )

คลังภาพ ความสามารถในการปีนป่ายของ Jyothi Rai


สไปเดอร์แมน ตัวจริงอยู่ที่ อินเดีย
เมื่อว่างจากงานประจำ เขามักจะมาแสดงความสามารถในการปีน กำแพงให้นักท่องเที่ยวชมเป็นประจำสไปเดอร์แมน ตัวจริงอยู่ที่ อินเดีย
เมื่อปีนสูงได้ระดับหนึ่ง เขาจะโชว์ความสามารถที่เหลือเชื่อ โดยการกลับหัวลงสู่พื้น ภาพนี้เหมือนมนุษย์แมงมุม จริงๆ

สไปเดอร์แมน ตัวจริงอยู่ที่ อินเดีย
นี้ก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่ถ่ายจากด้านบน โดยการเกาะด้วยมือเพียงสองมือ

สไปเดอร์แมน ตัวจริงอยู่ที่ อินเดีย
อันนี้หกสูงขนานพื้นโลก บนกำแพง ทำได้ไง !! นายแน่มาก นายแมงมุม

สไปเดอร์แมน ตัวจริงอยู่ที่ อินเดีย
ขอให้มีร่องบนผนังเพียงเล็กน้อย ไม่มีผนังใดที่ สไปเดอร์แมน คนนี้ปีนไม่ได้

คลิปวีดีโอ ( Clip VDO ) ทักษะการปีนของนาย Jyothi Rai ( มนุษย์แมงมุม )

ถ้ำคริสตัลยักษ์ 1 ใน ถ้ำ ที่ สวยที่สุดในโลก

Cueva de los Cristales หรือ ถ้ำคริสตัลยักษ์ ถ้ำคริสตัลยักษ์ 1 ใน ถ้ำ ที่ สวยที่สุดในโลก แปลกที่สุด แห่งหนึ่งในเม็กซิโก ( Mexico ) ที่พึ่งถูกค้นพบเมื่อปี 2000 มันถูกค้นพบทุกคนต่างตกตะลึงที่พบเห็นคริสตัลมากมาย แต่ที่แตกต่างจากถ้ำอื่นๆ คือ คริสตัลถายในถ้ำนั้นใหญ่โต อย่างประหลาด เพราะคริสตัลบางอันมีขนาดยาวถึง 11 เมตร และหนักกว่า 55 ตัน

ข้อมูลเฉพาะ ถ้ำคริสตัลยักษ์ แห่ง เม็กซิโก


  • การค้นพบครั้งแรก : โดย 2 คนงานขุดเหมืองของบริษัท the Industrias Peñoles company ที่ขุดอุโมงค์ใต้ภูเบา Naica ในทะเลทราย Chihuahuan ที่ระดับความลึกกว่า 300 เมตรจากพื้นดิน ในปี 2000
  • ภายในถ้ำค้นพบคริสตัลยักษ์ที่เกิดจากแร่ยิปซัม( Gypsum ) ขนาดใหญ่ยักษ์ถึง 11 เมตร ที่หนักกว่า 55 ตัน
  • จากการศึกษาของ García-Ruiz กล่าวว่าสาเหตุที่ทำให้เกิด คริสตัลยักษ์นี้ เนื่องจากภายในถ้ำนี้แคบ และอุดมไปด้วยน้ำแร่เข้มข้น และมีอุณหภูมิคงที่อยู่ที่ 58 องศาเซลเซียส ซึ่งเหมาะสมต่อการตกผนึกอย่างยิ่ง

คลังภาพ ถ้ำคริสตัลยักษ์ สวยที่สุดในโลก


 

ถ้ำคริสตัล เม็กซิโก
จะเห็นว่านักสำรวจที่ใส่เสื้อสีน้ำเงิน เหลือตัวนิดเดียวเมื่อเทียบกับแท่งคริสตัลบริเวณรอบๆ

ถ้ำคริสตัลยักษ์ 1 ใน ถ้ำ ที่ สวยที่สุดในโลก
เป็นถ้ำที่สวยงาม แปลกตาเป็นอย่างมาก

ถ้าคริสตัลยักษ์ Crystals Cave in Mexico
อีกหนึ่งมุมถายในถ้ำที่สวยงามไม่แพ้กัน

ถ้ำ แปลกๆ
แต่การไปเยี่ยมชมนั้นก็ยากลำบากไม่แพ้ความสวยงามของถ้ำนี้

บางครั้งคนเราก็เดินไปหาความตาย

อย่างเช่น Admin DEN เป็นต้น คือวันนี้(23/11/53) เวลาประมาณ 19:15 น. ผมจะเดินลงไปเลื่อนรถจากหลังบ้านมาหน้าบ้าน เนื่องจากไม่ได้ขยับรถมาหลายวันแล้ว

  • จึงเดินอ้อมมาดูที่หน้าบ้านว่ามีที่จอดรถหรือเปล่า
  • ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียง โวยวาย อยู่บนถนน ก็คิดว่าคงจะมีคนขับรถปาดกัน แล้วทะเลาะกัน ด้วยความสอดรู้สอดเห็นของ มนุษย์ จึงเดินเข้าไปดูใกล้
  • เมื่อเดินใกล้เข้าไปอีกนิดก็เห็นว่ามีชายใส่เสื้อกั๊กสีดำ อยู่ซัก 3 คนยืนล้อมรถ สีขาว บ้างก็นั่งคุกเข่าแอบอยู่ข้างรถอีกคัน บ้างก็ยืนอยู่บนเกาะกลางถนน อีกคนยืนอยู่ท้ายรถสีขาว ทุกคนส่งเสียโวยวายดังลั่นไปหมด
  • Admin DEN ก็ยังคงเดินใกล้เข้าไปอีก จึงเห็นว่าทั้ง 3 คนนั้นถือวัตถุบางอย่างเล็งไปที่เป้าหมายเดียวกันคือ ที่ นั่งคนขับรถเก๋งสีขาว และ เริ่มรับรู้ได้แล้ว ว่า วัตถุในมือของทั้งสามนั้น คือ ปืนสั้น
  • Admin DEN รีบหันหลังกลับมาที่บ้านในทันที เนื่องจากคิดว่าชายในเสื้อกั๊กสีดำ(ก็คือตำรวจนอกเครื่องแบบใส่เสื้อกันกระสุน) และที่โวยวายกันก็คือ เป็นการบอกให้คนร้ายลงจากรถมามอบตัว
  • หลังจากเดินเข้ามาในบ้านได้ 5 – 6 ก้าว ก็ได้ยินเสียงยิงปืน 3 นัดซ้อน
  • Admin DEN รีบวิ่งขึ้นไปบนบ้านเนื่องจาก พ่อ กับ แม่ ของ Admin DEN นั่งดู TV อยู่ด้านบนบ้าน เพื่อให้พ่อกับแม่ หลบลงมานั่งที่พื้นเนื่องจากเกรง กระสุนจะทะลุหน้าต่างเข้ามา
  • เมื่อมาถึงด้านบนก็รีบให้ทุกคนนั่งลงข้างล่างห่างหน้าต่างที่สุด
  • ทิ้งระยะเวลาได้ซักครู่ เมื่อทุกอย่างเงียบลงได้ซักพัก Admin DEN จึงเดินลงไปดู ก็เห็นชายคนหนึ่งถูกรวบใส่กุญแจมือไคว้หลัง พร้อมชายในเสื้อกั๊กอีก 2 คนเดินขนาบข้ามไปฝั่งตรงข้าม

ภาพเหตุการณ์จำลอง ตำรวจล้อมรถคนร้าย สี่เหลี่ยมสีแดงคือบ้านAdmin DEN และผมก็อยู่ห่างจากเหตุการณ์ประมาณ 20 กว่าเมตร


ภาพจากเหตุการณ์จริง เมื่อเหตุการสงบ กลุ่มชายในภาพคือตำรวจ ส่วนรถสีขาวที่เปิดประตูคือรถคนร้ายที่ทำรวจเลื่อนรถไปจอดอีกฝั่ง

ทำให้คิดว่า บางทีชีวิตคนเรา บางครั้งเราก็เดินเข้าไปหาความตายเอาง่ายๆ
ผมสงสัย ว่า ทำไมผมต้องเดินลงไปเลื่อนรถเวลานั้น ?
ผมสงสัย ว่า ทำไมผมถึงสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้าน ?
ถ้าวันนี้เสียงปืนที่ได้ยิน ไม่ใช่ตำรวจยิงขี้นฟ้า แต่เป็นคนร้ายยิงต่อสู้ ผมอาจจะนอนจมกองเลือดอยู่ข้างๆบ้านก็ได้
ชีวิตคนเรานั้นไม่เที่ยงจริงๆ
ทำดีกับคนที่คุณรักตั้งแต่วันนี้ก่อนที่จะไม่มีโอกาส

Volcanic Lightning

Volcanic Lightning เป็น ปรากฏการณ์ธรรมชาติ อันมหัศจรรย์ ที่เกิดขึ้นระหว่างการเกิด ภูเขาไฟระเบิด จะเกิด พายุสายฟ้า ขึ้นในเถ้าภูเขาไฟที่กำลังพวยพุ่งขึ้นเหนือ ภูเขาไฟ โดยนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถค้นพบสาเหตุ ของ ปรากฏการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง (Volcanic Lightning) โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งสมมุติฐานว่า ปรากฏการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง นั้นน่าจะคล้ายการเกิด พายุสายฟ้า ( Thunderstorms ) และในการสัมนาเกี่ยวกับสภาวะอากาศ TPOD เมื่อ 17 กันยายน 2004 เหล่านักวิทยาศาสตร์ ได้สัมนากันว่าปรากฏการณ์นี้ อาดเกิดจากการที่อนุภาคของเถ้าภูเขาไฟเกิดการพุ่งชนกัน ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต ขึ้นในอนุภาคของเถ้าภูเขาไฟ และเป็นเหตุให้เกิดฟ้าผ่าขี้น ขณะเกิดภูเขาไฟระเบิด และเมื่อเร็วๆนี้ ก็มีสมมุติฐานใหม่ ว่าอาดเกิดจากที่เม็กม่า ได้ปลดปล่อยความชื้นออกมา

ภูเขาไฟระเบิด กับ ฟ้าผ่า
เหตุการณ์ ภูเขาไฟ Chaitin ในประเทศชิลี ระเบิด เมื่อ 6 พฤษภาคม 2008 พร้อมกับการเกิด ปรากฏการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง (Volcanic Lightning) อย่างสวยงาม อลังการ

ทำไม การระเบิดของภูเขาบางครั้งจึงเกิด โวลเคนิก ไลทนิ่ง


Why ทำไม จึงเกิดปรากฏหการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง แค่บางครั้ง การระเบิดบางครั้งที่ปล่อยเถ้าภูเขาไฟจำนวนมาก แต่เกิดฟ้าผ่าเพียงเล็กน้อย หรือไม่เกิดฟ้าผ่าเลย แต่การระเบิดบางครั้งที่มีเถ้าภูเขาไฟน้อย แต่เกิดฟ้าผ่าจำนวนมาก หินภูเขาไฟที่พ่นออกมาสามารถอธิบายได้ว่าถ้าหินภูเขาไฟมีความต้านทานไฟฟ้าสูง จะมีโอกาศที่จะเกิด ปรากฎการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง มากขึ้น จึงอาดจะอธิบายได้จากอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน อย่างสายไฟไส้ทองแดง ( ทองแดงมีความต้านทานไฟฟ้าต่ำ ) สายไฟจะไม่เกิดความร้อนและ ประกายไฟขึ้น แต่ถ้ากระแสไฟฟ้าขนาดเท่ากันไรผ่าน ทังค์สแตน ( ไส้หลอดไฟ ) จะเห็นว่าไส้หลอดจะเกิดแสงสว่าง และความร้อนขึ้น

 


ภาพปรากกฏการณ์ธรรมชาติ สายฟ้าแห่งภูเขาไฟ เมื่อเดือนมกราคม 2010 ที่ภูเขาไฟ Sakurajima ในเมือง Kagoshima ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น
ภูเขาไฟระเบิด กับ ฟ้าผ่า
เหตุการณ์ ภูเขาไฟ Sakurajima ระเบิด เมื่อ 18 พฤษภาคม 1991 พร้อมกับการเกิด ปรากฏการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง (Volcanic Lightning) เครดิตรูปภาพโดย Sakurajima Volcananological Observatory
ภูเขาไฟระเบิด กับ ฟ้าผ่า
เหตุการณ์ ภูเขาไฟ Pinatubo ในประเทศฟิลิปปินส์ ระเบิด ในปี 1991 พร้อมกับการเกิด ปรากฏการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง (Volcanic Lightning)

ภูเขาไฟระเบิด กับ ฟ้าผ่า
ภูเขาไฟ Redoubt ระเบิดใน Alaska และเกิด Volcanic Lightning


ภาพนี้เป็น ภาพจาก ภูเขาไฟไอยาฟยาพลาเยอร์คูดุล ระเบิด ที่ประเทศไอซ์แลนด์ เมื่อช่วงเมษายน 2010 ที่ก่อให้เกิดเถ้าภูเขาไฟ ฟุ้งกระจายไปทั่้วยุโรป ทำให้สายการบินต่างต้องหยุดบิน มีผู้โดยสารตกค้ากว่า ล้านคน จากการระเบิดครั้งนี้

รุ้งกินน้ำ

Rainbow รุ้งกินน้ำ เป็น ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่เกิดจากการที่แสง ได้เกิดการหักเหของแสงที่เกิดขึ้นในระอองน้ำ สะท้อนออกมาทำให้เห็นสีของแสงทั้ง 7 สี คือ สี ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง

รุ้งกินน้ำจะมี อยู่ 2 ชนิด คือ


  1. รุ้งปฐมภูมิ เกิดจากแสงตกกระทบหยดน้ำทางขอบบน เกิดการหักเห 2 ครั้ง สะท้อนกลับหมด 1 ครั้ง โดยจะเห็นเป็นสีต่าง ๆ กันมีสีแดงอยู่บนและมีสีม่วงอยู่ล่างสุด จะเกิดเป็นรุ้งตัวล่าง (มีสีเข้มกว่าตัวล่าง)
  2. รุ้งทุติยภูมิ เกิดจากแสงตกกระทบหยดน้ำทางขอบล่าง เกิดการหักเห 2 ครั้ง สะท้อนกลับหมด 2 ครั้ง โดยจะเห็นเป็นสีต่าง ๆ กันมีสีม่วงอยู่บนและมีสีแดงอยู่ล่างสุด จะเกิดเป็นรุ้งตัวบน

รูปภาพ รุ้งกินน้ำ สวยๆ


 

รุ้งกินน้ำ
รุ้งกินน้ำ สองตัว ซ้อนกัน ภ่ายที่ทุ่งใน Whitestone , Alaska

รุ้ง
รุ้งกินน้ำ สองตัวซ้อนกัน และมีเงาสะท้อนรุ้งกินน้ำในน้ำด้วย ภาพภ่ายที่ Kansas , สหรัฐอเมริกา

rainbow
ภาพภ่าย รุ้งกินน้ำ จากเครื่อง เฮลิปคอปร์เตอร์ ( เขาว่าเราสามารถเห็นรุ้งกินน้ำแบบเต็มวงได้ถ้าเราอยู่บนที่สูงเช่น บนเครื่องบิน )

รุ้ง กินน้ำ
ภาพ รุ้งกินน้ำ สุดสวยน้ำอาดจะดูผิดธรรมชาติ เนื่องจากการใช้เทคนิคภ่ายที่เรียกว่า ” HDR Technique “

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เมฆจานบิน

ปรากฏการณ์ เมฆจานบิน

Lenticular เป็นภาษาลาติน มีความหมายว่า รูปทรง เลนส์ (Lens – Shaped ) เมฆรูปทรงเลนส์ ( Lenticular cloud ) เป็น ปรากฏการณ์ธรรมชาติ แสนประหลาด และสวยงาม มันช่างดูคล้าย จานบิน ไม่มีผลิต และหากปรากฏการณ์ เมฆรูปทรงเลนส์ ก็ขึ้นในสมัยก่อน รูปภาพวัตถุบินลึกลับ ต่างที่มีการจารึกไว้ก็อาดเป็น ปรากฏการณ์นี้ก็เป็นไปได้

สาเหตุของการเกิด เมฆจานบิน


เมื่ออากาศชื้นอิ่มตัวพัดผ่านยอดเขาสูง หรือบริเวณภูเขา จะทำให้เกิดการไหลของกระแสอากาศชื้น แบบลูกคลื่นขนาดใหญ่ หลายระลอกขึ้น เมื่ออากาศชื้นถูกพัดไหลขึ้นสูงขึ้นเรื่อย ตามระลอกคลื่นอุณหภูมิจะค่อยลดลงเรื่อยจนถึงจุดที่ทำให้ อากาศชื้นเริ่มกลั่นตัว ทำให้เกิด ปรากฏการณ์ เมฆจานบิน เมื่อเมฆไหลลงมาต่ำเรื่อยๆอุณหภูมิจะสูงขึ้น เมฆจะค่อยๆระเหยกับไปอยู่ในสภาพของอากาศชื้นอีกครั้ง

ปรากฏการเมฆจานบิน
รูปทฤษฎี การเกิดปรากฏการณ์ เมฆจานบิน โดยความสูงที่จะเกิดปรากฏการณ์นี้จะอยู่ที่ระหว่าง 6,000 – 12,000 เมตร

คลัง รูปภาพ เมฆจานบิน


 

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เมฆ จานบิน
ปรากฏการณ์ เมฆจานบิน เกิดขึ้นที่ภูเขา Mt.Rainier ในรัฐ Washington เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2009เมฆ สวยที่สุดในโลก
ปรากฏการณ์ เมฆจานบิน เกิดขึ้นที่ภูเขา Mt.Rainier ในรัฐ Washingtonเมฆ สวยสุดยอด
ปรากฏการณ์ เมฆจานบิน เกิดขึ้นที่ภูเขา Mt.Rainier ในรัฐ Washington